You are here: Home บทความนมัสการ นักนมัสการแท้

ศูนย์รวมเพลงนมัสการ เพลงคริสเตียน งานนมัสการพระเจ้า ชุมชนทีมนมัสการ LetsWorship

นักนมัสการแท้

E-mail Print PDF
•    พระเยซูได้ตรัสไว้อย่างชัดเจนว่า พระบิดาทรงแสวงหาผู้ที่นมัสการพระองค์ (ยน 4.23)  
•    พระเจ้าโปรดปรานวิถีชีวิตของผู้นมัสการ  ไม่มีสิ่งใดที่จะดีไปกว่าคุณภาพชีวิตของผู้นมัสการ
•    เราทุกคนต่างตระหนักว่าพระเจ้าปรารถนาให้เรานมัสการพระองค์ แต่พวกเรายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าจะนมัสการอย่างไรให้ถูกต้อง
•    ในพระคัมภีร์ใหม่ ได้กล่าวถึงรายละเอียดเรื่องการนมัสการไว้น้อยมาก แต่ก็มีตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของผู้ที่นมัสการพระเจ้าอย่างดีเลิศ ซึ่งสมควรค่าที่จะนำมาเป็นตัวอย่างของการที่เราจะเป็นนักนมัสการพระเจ้าอย่างจริงจัง
•    พระคัมภีร์ใหม่ได้กล่าวถึงเรื่องราวของหญิงคนบาปที่ได้มาชโลมที่พระบาทของพระเยซู
•    เรื่องราวนี้บันทึกไว้ในพระธรรมลูกา บทที่ 7 ข้อ 36-50 ที่จะช่วยสอนให้เราเห็นถึงคุณสมบัติของนักนมัสการที่พระเจ้าพอพระทัย

36มีคนหนึ่งในพวกฟาริสีเชิญพระองค์ไปเสวยพระกระยาหารกับเขา   พระองค์ก็เสด็จเข้าไปในเรือนของคนฟาริสีคนนั้น   แล้วเอนพระกายลง 37และดูเถิด   มีผู้หญิงคนหนึ่งของเมืองนั้นเคยเป็นหญิงชั่ว   เมื่อรู้ว่าพระองค์ทรงเอนพระกายเสวยอยู่ในบ้านของคนฟาริสีนั้น   นางจึงถือผอบน้ำมันหอม 38มายืนอยู่ข้างหลังใกล้พระบาทของพระองค์   ร้องไห้น้ำตาไหลเปียกพระบาท   เอาผมเช็ด   จุบพระบาทของพระองค์มาก   และเอาน้ำมันนั้นชโลม 39ฝ่ายคนฟาริสีที่ได้เชิญพระองค์   เมื่อเห็นแล้วก็นึกในใจว่า   “ถ้าท่านนี้เป็นผู้เผยพระวจนะก็คงจะรู้ว่า   หญิงผู้นี้ที่ถูกต้องกายของท่านเป็นผู้ใดและเป็นคนอย่างไร   เพราะนางเป็นคนชั่ว” 40ฝ่ายพระเยซูตรัสตอบเขาว่า   “ซีโมนเอ๋ย   เรามีอะไรจะพูดกับท่านบ้าง”   เขาทูลว่า   “ท่านอาจารย์เจ้าข้า   เชิญพูดไปเถิด” 41พระองค์จึงตรัสว่า   “เจ้าหนี้คนหนึ่งมีลูกหนี้สองคน   คนหนึ่งเป็นหนี้เงินห้าร้อยเหรียญเดนาริอัน(หนึ่งเหรียญเดนาริอัน   เป็นจำนวนเงินที่จ้างคนงานให้ทำงานวันหนึ่ง)    อีกคนหนึ่งเป็นหนี้เงินห้าสิบเหรียญ 42เมื่อเขาไม่มีอะไรจะใช้หนี้แล้ว   ท่านจึงโปรดยกหนี้ให้เขาทั้งสองคน   ในสองคนนั้น   คนไหนจะรักนายมากกว่า” 43ซีโมนจึงทูลว่า   “ข้าพเจ้าเห็นว่าคนที่นายได้โปรดยกหนี้ให้มาก   ก็เป็นคนที่รักนายมาก”   พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า   “ท่านคิดเห็นถูกแล้ว” 44พระองค์จึงทรงเหลียวหลังดูผู้หญิงนั้น   และตรัสแก่ซีโมนว่า   “ท่านเห็นผู้หญิงนี้หรือ   เราได้เข้ามาในบ้านของท่าน   ท่านมิได้ให้น้ำล้างเท้าของเรา   แต่นางได้เอาน้ำตาชำระเท้าของเราและได้เอาผมของตนเช็ด 45ท่านมิได้จุบเรา   แต่ผู้หญิงนี้ตั้งแต่เราเข้ามา   มิได้หยุดจุบเท้าของเรา 46ท่านมิได้เอาน้ำมันชโลมศีรษะของเรา   แต่นางได้เอาน้ำมันหอมชโลมเท้าของเรา 47เหตุฉะนั้นเราบอกท่านว่า   ความผิดบาปของนางซึ่งมีมากได้โปรดยกเสียแล้ว   เพราะนางรักมาก   แต่ผู้ที่ได้รับการยกโทษน้อย   ผู้นั้นก็รักน้อย” 48พระองค์จึงตรัสแก่นางว่า   “ความผิดบาปของเจ้าโปรดยกเสียแล้ว” 49ฝ่ายคนทั้งหลายที่เอนกายอยู่ด้วยพูดกันว่า   “คนนี้เป็นใคร   แม้ความผิดบาปก็ยกให้ได้” 50พระองค์จึงตรัสแก่ผู้หญิงนั้นว่า   “ความเชื่อของเจ้าได้ทำให้เจ้ารอด   จงไปเป็นสุขเถิด”

ประการที่ 1  นักนมัสการ คือ ผู้มอบถวาย


•    หญิงผู้นี้มอบน้ำมันหอมอันมีค่าให้กับพระเยซู คาดว่า อาจมีค่าถึงค่าแรงตลอดปีโดยประมาณ
•    ถ้าเทียบค่าเงินปัจจุบัน อาจมากถึง 30,000 เหรียญหรือมากกว่า
•    ในสมัยก่อน ไม่มีธนาคารให้ฝากเงิน คนในสมัยนั้นจึงมีวิธีออมทรัพย์ด้วยการลงกับสิ่งที่มีค่า เช่น น้ำมันหอม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินเอาไว้
•    น้ำมันหอมขวดนี้ คือ การออมทรัพย์ทั้งชีวิตของเธอ ซึ่งเธออาจนำมาใช้จ่ายเมื่อยามเกษียณตัวเองในภายหลัง
•    น้ำมันหอมขวดนี้บรรจุอยู่ในขวดรูปทรงพิเศษ คือ ก้นโป่ง คอเล็กเรียว  ไม่ใช่ขวดน้ำหอมสมัยปัจจุบันที่มีกระบอกปั๊มขึ้นมาเพื่อฉีดในปริมาณพอใช้ หรือหมุนฝาเกลียวเปิดออกเพื่อแต้มน้ำหอมได้ตามต้องการ
•    แต่น้ำมันหอมขวดนี้ทำด้วยหิน ผนึกฝาปิดไว้อย่างแน่นหนาให้เก็บรักษาน้ำมันหอมไว้ได้นาน
•    เมื่อจะใช้น้ำมันหอม ก็ต้องมีวิธีเดียว คือ ต้องทำให้ขวดแตกออกที่ตรงคอขวด และต้องใช้น้ำมันหอมทั้งหมดในครั้งเดียว
•    ไม่มีทางที่เธอจะใช้บางส่วน แล้วเก็บไว้บางส่วน
•    การที่เธอนำน้ำมันหอมมาให้กับพระเยซู เท่ากับว่า เธอตัดสินใจมอบสิ่งมีค่าให้พระเยซูทั้งหมด โดยไม่เก็บส่วนใดไว้กับตน
•    นี่คือ การตัดสินใจว่าจะให้ทั้งหมด หรือไม่ให้เลย
•    เมื่อเราเดินกับพระเจ้า เราจะพบว่า พระเจ้ามักให้เราตัดสินใจเช่นนี้เสมอๆ เช่น เลือกฝ่ายวิญญาณหรือเลือกฝ่ายเนื้อหนัง  เลือกจะอยู่ฝ่ายพระเจ้าหรือเลือกไม่อยู่ฝ่ายพระเจ้า  เลือกอยู่ทางขวามือ (แกะ) หรือทางซ้ายมือ (แพะ)
•    หญิงผู้นี้ได้ตัดสินใจอย่างไม่ลังเล หรือสองจิตสองใจ ที่จะมอบให้กับพระเยซู
•    ช่างเป็นภาพที่แสดงออกถึงความรักที่งดงามอย่างยิ่ง

•    ในพระคัมภีร์สอนเราไว้ว่าให้นำของขวัญมาให้พระเจ้าในการนมัสการด้วย
•    สดุดี 96.8-9   ...  8จงถวายพระสิริ  ซึ่งควรแก่พระนามของพระองค์แด่พระเจ้า   
 จงนำเครื่องบูชาและมายังบริเวณ   พระนิเวศของพระองค์   
 9จงประดับกายด้วยเครื่องบริสุทธิ์นมัสการ พระเจ้า   
 ชาวโลกทั้งสิ้นเอ๋ย  จงตัวสั่นต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์   
•    ในเรื่องการถวายเครื่องบูชาในพระคัมภีร์เดิม ผู้ที่เข้ามานมัสการถูกสั่งให้นำเอาเครื่องบูชามาด้วย เช่น แกะ แพะ นกพิราบ
•    หากเขาไม่มีอะไรติดมือมา เขาจะไม่สามารถปรากฎตัวต่อหน้าพระเจ้าได้
•    อพยพ 23.15  ... อย่าให้ผู้ใดมาเฝ้าเรามือเปล่าเลย
•    บางคนอาจคิดว่า เขายังสามารถมานมัสการพระเจ้าได้ แม้ว่าเขาไม่ได้ถวายสิบลดเลย
•    บางคนชอบทำตัวเป็น “คนมามือเปล่า” อยู่เป็นประจำ  คนประเภทนี้จะไม่เข้าใจความสุขใจแท้ของการเป็นนักนมัสการตัวจริง

ประการที่ 2  นักนมัสการแสดงออกอย่างจริงใจ

•    เมื่อหญิงผู้นี้เข้ามาหาพระเยซู เธอร้องไห้
•    นี่คือการแสดงออกถึงสภาพจิตใจที่ได้อยู่ต่อหน้าพระเจ้า
•    เธอกลับใจใหม่จากความผิดพลาด ได้รับการเติมเต็มด้วยชัยชนะ และแสดงออกมาโดยไม่เก็บสิ่งได้ไว้
•    ในปัจจุบัน ดารานักแสดงที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี ก็สามารถร้องไห้ออกมาได้ทันที แม้ไม่ได้มีความรู้สึกเช่นนั้น
•    แต่น้ำตาของหญิงผู้นี้กลั่นออกมาจากความจริงภายใน
•    หลายๆ คนอาจจะเป็นคนที่หลั่งน้ำตาออกมาได้ยากมาก  เมื่ออยู่ต่อหน้าพระเจ้า เราอยากจะร้องไห้ แต่ทำได้ยาก
•    ฉะนั้น เมื่อใดที่เรานมัสการแล้วเราร้องไห้กับพระเจ้า พูดกับพระเจ้า คร่ำครวญกับพระเจ้า แบบที่ไม่สนใจคนรอบข้างจะมองดูเรา  นั่นคือ เวลาที่มีความหมายที่สุดที่พระเจ้าต้องการจากเรา
•    จิตใจที่บอบช้ำและน้ำตาที่จริงใจ คือ กุญแจสำคัญของการนมัสการ

•    นอกจากนั้น เรายังได้เห็นอีกว่าหญิงผู้นี้จุบที่พระบาทพระเยซู  นี่คือ อีกภาพหนึ่งที่งดงามในการนมัสการ
•    ภาษากรีก คำว่าการนมัสการ คือ  “proskuneo”  ซึ่งหมายถึง “จุบไปที่มือ” “การให้ความเคารพรักโดยการจุบที่มือ” “การก้มลงกราบด้วยความรัก”
•    Proskuneo เข้าใจว่ามีรากศัพท์มาจากคำว่า “สุนัข”   ความหมายดั้งเดิม ก็คือ “การจุบ” “การเลียที่มือของผู้เป็นนาย”
•    พระเจ้าต้องการให้เราเป็นสุนัขหรือ?  พระเจ้าต้องการให้เราแสดงความรักของเราเช่นนั้นจริงๆ หรือ?

•    คนที่เคยเลี้ยงสุนัขน่าจะเข้าใจภาพหนึ่งได้ดีมาก  เวลาที่เรากลับมาบ้าน แล้วสุนัขของเราวิ่งออกมาต้อนรับเรา
•    แค่เพียงได้ยินเสียงรถขับเข้ามาในบ้าน เดินลงมาเปิดประตู ไขกุญแจบ้าน เราก็แทบจะได้ยินการเคลื่อนไหวของสุนัขในบ้าน เสียงเห่า เสียงกระดิกหางอย่างแรง เสียงตะกุยประตู
•    และเพียงแค่เราเปิดประตูเท่านั้น สุนัขของเราก็จะโผเข้าหา กระโดดเข้ามา เลียเรา กระดิกหาง วิ่งไปรอบๆ ... ทำอย่างกับว่าไม่ได้เจอเจ้าของมานานนับเดือน ทั้งๆ ที่เราก็เจอมันอยู่ทุกวัน
•    อย่าลืมว่า มันไม่เคยเบื่อที่จะทำเช่นนี้ และทุกครั้งที่มันทำ ก็ทำอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง และเต็มไปด้วยความจริงใจอย่างซื่อสัตย์
•    พระเจ้ากำลังให้ภาพเปรียบเทียบของคำว่า “proskuneo” “สุนัข” และ “การนมัสการ” ที่มีนัยให้กับเราทั้งหลาย
•    เรานมัสการพระเจ้าอย่างไม่เคยเบื่อ นมัสการอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง และเต็มไปด้วยความจริงใจ อย่าง proskuneo เพียงใด?
•    แม้ว่าเราจะต้องนมัสการพระองค์ทุกวัน เราก็ยัง proskuneo พระองค์ด้วยท่าที่กระตือรือร้นเช่นนี้เสมอ ใช่หรือไม่?

ประการที่ 3  นักนมัสการแสดงออกอย่างเต็มกำลัง

•    พระธรรมลูกา ได้บอกไว้ว่า หญิงผู้นี้เคยเป็น “หญิงชั่ว”  หลายคนจึงคิดว่าเธอน่าจะเคยเป็นโสเภณีมาก่อน
•    เธอได้เข้ามาชโลมพระบาทของพระเยซู และปล่อยผมของเธอลงมา ซึ่งการปล่อยผมออกมาเป็นวิธีการโดยทั่วไปที่ใช้เย้ายวนลูกค้า
•    แน่นอน พวกเหล่าสาวกถึงกับตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอกล้าแสดงอากัปรกิริยายั่วยวนอาจารย์ต่อหน้าที่สาธารณะในเวลากลางวันเชียวหรือ
•    เมื่อหญิงผู้นี้เข้ามาในห้อง ทุกคนทำเป็นไม่สนใจเธอ แต่เมื่อเธอปล่อยผมออก ทุกคนรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาทันที

•    นักนมัสการแท้มักจะเป็นที่สังเกตของผู้คนโดยรอบ เขาจึงดึงความสนใจคนที่อยู่ในบริเวณนั้น
•    ด้วยเหตุนี้เอง หลายๆ คนจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่จะนมัสการให้เต็มที่ เต็มกำลัง
•    หลายคนกลัวว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร
•    อิทธิพลจากคนรอบข้างจึงมีผลกระทบต่อการนมัสการอย่างมาก
•    และสิ่งนี้ทำให้หลายๆ คนพลาดการได้รับพระพรจากการเปิดหัวใจออกให้กับพระเจ้าในระหว่างการนมัสการ
•    แต่นี่แหละ คือ การจ่ายราคาเพื่อแลกกับการเป็นนักนมัสการแท้ที่พระเจ้าพอพระทัย

•    เราเห็นสิ่งหนึ่ง คือ หญิงผู้นี้ไม่ได้ทำตามแบบแผนดั้งเดิมที่มีอยู่ของการนมัสการ
•    ไม่มีจุดใดที่กล่าวถึงไว้ในพระธรรมสดุดีที่บอกให้เราเทน้ำมันหอมลงที่พระบาทขององค์พระผู้เป็นเจ้า
•    แม้แต่การร้องไห้น้ำตาไหล การเอาผมเช็ด หรือแม้แต่การจุบที่เท้า  ดาวิดก็ไม่เคยสอนให้ทำสิ่งเหล่านี้
•    การนมัสการไม่มีสูตรตายตัว เพราะว่าการนมัสการเป็นเรื่องของหัวใจภายใน และฟเป็นหัวใจที่พยายามจะสื่อความรู้สึกออกมาภายนอกในรูปแบบต่างๆ
•    หญิงผู้นี้เคยแสวงหาความรักจากชายมามากมาย แต่ในเวลานี้เธอได้พบความรักที่แท้จริงแล้ว
•    หลายครั้ง เราเองพบว่าเป็นสิ่งยากที่จะแสดงออกซึ่งความรักกับผู้อื่นอย่างไม่รู้สึกเขินอาย  ถ้าเรายังรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากจริงๆ ที่จะทำเช่นนั้น แล้วเราจะแสดงออกถึงความรักที่มีต่อพระเจ้าผู้ที่เรามองไม่เห็นได้อย่างไร

ประการที่สี่  นักนมัสการจะได้รับทั้งคำชมและการดูหมิ่น

•    เราเห็นได้จากคำพูดของฟาริสีในข้อ 39  “ถ้าท่านนี้เป็นผู้เผยพระวจนะก็คงจะรู้ว่า   หญิงผู้นี้ที่ถูกต้องกายของท่านเป็นผู้ใดและเป็นคนอย่างไร   เพราะนางเป็นคนชั่ว”
•    ไม่แปลกเลยที่นักนมัสการแท้จะได้รับการดูหมิ่น
•    เมื่อดาวิดเสด็จไปกับขบวนนำหีบของพระเจ้า ขณะที่ยังทรงเอโฟดผ้าป่านคาดพระองค์อยู่ ดาวิดได้เต้นรำถวายพระเจ้าด้วยสุดกำลัง และนางมีคาลก็มีใจหมิ่นประมาท กล่าวว่า “วันนี้พระราชาแห่งอิสราเอลได้เกียรติยศนักหนาทีเดียวนะเพคะ ทรงถอดฉลองพระองค์วันนี้ต่อหน้าสาวใช้ของข้าราชการ อย่างกับคนถ่อยแก้ผ้าด้วยไม่มีความอาย”
•    และมีคาลก็กลายเป็นหมัน เนื่องจากถ้อยคำลบหลู่ดาวิดดังกล่าว
•    เมื่อเราใช้ถ้อยคำที่วิพากษ์วิจารณ์การนมัสการที่แสดงออกอย่างบริสุทธิ์ใจ เราก็อาจอยู่ในความเสี่ยงที่จะกล่ายเป็นหมันฝ่ายวิญญาณได้ด้วยเช่นกัน

•    ในคริสตจักรยุคปัจจุบัน ไม่มีเรื่องใดที่มีการถกเถียงกันมากเท่ากับเรื่องการนมัสการ
•    คริสตจักรหลายๆ แห่งแปลกแยกกันออกไปตามรายละเอียดและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องการนมัสการ
•    ทั้งนี้ก็เพราะการนมัสการแท้มักจะปลุกเร้าการวิพากษ์วิจารณ์ให้เกิดขึ้นเสมอ
•    แต่นักนมัสการแท้ยินดีที่จะจ่ายราคาต่อสิ่งนี้
•    การตัดสินใจอยู่ที่ตัวเรา ...  เราจะเลือกที่จะทำให้มนุษย์พอใจ หรือทำให้พระเจ้าพอพระทัย
•    ดูเหมือนบางครั้งก็ค่อนข้างยากที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายพอใจพร้อมกันได้
•    แต่หญิงชั่วผู้นี้ยินดีที่จะรับคำตำหนิติเตียนจากคนรอบข้าง เพื่อแลกกับการได้ยินองค์พระเยซูตรัสสั้นๆ กับเธอว่า “ดีมาก”

•    พวกเหล่าสาวกคงจะกระอักกระอ่วนใจอย่างยิ่งที่เห็นหญิงผู้นี้กระทำสิ่งเหล่านี้ต่อหน้าต่อตากับพระเยซู และพระเยซูก็ไม่ตรัสอะไรเลย
•    พวกเขาคงรอที่จะเห็นพระเยซูตรัสตำหนิเธอว่าทำอะไรเช่นนี้ นอกลู่นอกทาง ไม่สมควร
•    พวกเขาคงรอว่าทำไมพระเยซูปล่อยให้เธอทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาได้ตั้งนาน
•    ในที่สุด พระเยซูก็ตัดสอนเป็นคำอุปมาให้ทุกคนเกิดความเข้าใจ และหันมาตรัสชมหญิงผู้นี้
•    เราได้รับการยืนยันจากพระเจ้าจากเหตุการณ์นี้  เมื่อไรก็ตามที่เรานมัสการอย่างถูกต้อง พระองค์จะตอบสนองเรา พระองค์จะสนใจเรา พระองค์จะพูดกับเรา และพระองค์แสวงหาผู้ที่นมัสการพระองค์เช่นนี้เป็นอย่างยิ่ง

ประการที่ห้า  นักนมัสการแท้นมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง

•    น่าแปลกใจที่ในบ้านหลังนี้ มีทั้งฟาริสีและเหล่าสาวกที่ใกล้ชิดพระเยซูตลอดเวลา แต่พระเยซูใช้คนที่ต่ำต้อยที่สุดมาสอนคนเหล่านี้ในเรื่องที่สำคัญที่สุด
•    ฟาริสี คือ ครู ฟาริสีรู้จักคำสอนศาสนศาสตร์เรื่องการนมัสการดียอดเยี่ยมกว่าใครๆ  ฟาริสีมีรากเหง้าที่ภาคภูมิใจในการถือข้อปฏิบัติต่างๆ ทางศาสนา เป็นที่ยกย่องนับหน้าถือตาในสังคมชาวยิว
•    แต่สิ่งสำคัญในเวลานี้ ไม่ใช่ศาสนศาสตร์และทฤษฏีเรื่องการนมัสการที่เป็นตัวหนังสือ  การนมัสการไม่ใช่ตำรา แต่เป็นหัวใจที่เต็มล้นด้วยความรักที่มีต่อพระเจ้า ที่ได้แสดงออกมาอย่างจริงใจ
•    การนมัสการที่แท้จริง ไม่ได้สนใจว่าเราเรียนเรื่องการนมัสการหรือรู้หลักการมามากเพียงใด
•    การนมัสการที่แท้จริง ไม่ได้สนใจว่าเราเกิดมาในครอบครัวที่เชื่อพระเจ้า หรือเป็นผู้รับใช้พระเจ้าเต็มเวลาหรือไม่
•    พระเยซูกำลังสอนฟาริสีทั้งหลายในเรื่องนี้

•    เหล่าสาวก คือ คนที่ติดตามพระเยซู  เหล่าสาวกได้เห็นและมีความรู้เรื่องการนมัสการอยู่ในหัวอยู่มากพอสมควร
•    อย่างน้อย เหล่าสาวกได้เรียนรู้เรื่องการนมัสการในยอห์น 4.23-24 มาแล้ว ครั้งนี้คือการสอบภาคปฏิบัติของพวกเขา
•    ระหว่างนั้น พระเยซูเงียบอยู่นาน ก็คงรอดูว่าเหล่าสาวกจะตอบสนองอย่างไร
•    การนมัสการที่แท้จริง ไม่ได้สนใจว่าเราเชื่อพระเจ้ามานานเท่าไรแล้ว
•    การนมัสการที่แท้จริง ไม่ได้ดูว่าเราเป็นผู้นำ เป็นพี่เลี้ยง รู้จักพระเจ้ามานานกว่า ทำงานอยู่กับเรื่องการนมัสการ
•    พระเยซูกำลังสอนเหล่าสาวกทั้งหลายในเรื่องนี้

•    และในที่สุดพระองค์ก็ใช้หญิงชั่ว ผู้ไร้การศึกษา ไม่มีความรู้ใดๆ เลยเกี่ยวกับการนมัสการ มีชีวิตด่างพร้อย ที่สำคัญเป็นผู้หญิงอีกด้วย (ในวัฒนธรรมชาวยิว ผู้หญิงไม่ได้รับเกียรติสำหรับบทบาททางสังคมใดๆ) มาเป็นตัวอย่างในการนมัสการที่ถูกต้องให้กับคนที่เป็นครูและเป็นสาวก
•    พระเจ้าไม่ได้สนใจศาสนศาสตร์หรือหลักการในบทเรียนเท่ากับหัวใจแท้ของเราที่เข้ามาหาพระองค์อย่างสุดใจ
•    หญิงผู้นี้เข้ามาหาพระองค์ด้วยจิตวิญญาณแท้จริงของเธอ
•    เธอต้องการแสดงออกเพื่อเป็นการสารภาพสิ่งที่เธอได้ทำ
•    เธอต้องการแสดงให้เห็นว่าเธอนั้นต้อยต่ำ แต่พระเยซูสูงส่ง
•    เธอต้องการเข้ามาพบผู้ที่จะปลดปล่อยเธอให้พ้นจากความบาปผิดและตัวตนเก่าๆ ที่เธอไม่ต้องการจะเป็นเหมือนเดิม
•    นี่แหละ คือ นมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง
•    และนี่คือวิธีการของพระเจ้าเสมอ พระองค์สอนเราด้วยวิธีที่เราไม่คาดคิดหรือคาดเดาได้
•    วันหนึ่ง พระเจ้าอาจส่งบุคคลผู้หนึ่งมาสอนเราให้นมัสการอย่างถูกต้อง เขาผู้นั้นอาจไม่ได้ใส่สูทดูภูมิฐานหรือได้รับเชิญอย่างมีเกียรติในฐานะวิทยากรที่มีชื่อเสียง  แต่อาจจะเป็นพี่น้องท่านหนึ่งที่เพิ่งเชื่อพระเจ้า แต่งตัวซอมซ่อ ดูธรรมดา ไม่มีหน้าตาหรือเกียรติทางสังคม  แต่กำลังก้มลงคุกเข่านมัสการพระเจ้าอยู่ต่อหน้าเรา และร้องไห้คร่ำครวญอย่างสุดใจก็เป็นได้

บทส่งท้าย

•    ลองจินตนาการกันเล่นๆ นะครับ  สมมุติว่าในวันถัดไป เปโตรเดินไปตามท้องถนนในเมืองตามหาพระเยซู ทันใดนั้น ก็ได้กลิ่นน้ำมันหอมลอยโชยมาตามลม
•    เป็นกลิ่นน้ำมันหอมราคาแพงที่เขาจำได้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ที่พระเยซูได้รับการชโลมจากหญิงผู้นี้
•    เปโตรคงจะวิ่งไปตามกลิ่นนั้น เมื่อเขาวิ่งเข้าไปใกล้ ใกล้เข้าไป ยิ่งใกล้เข้าไป  เขาคงได้พบกับพระอาจารย์ของเขาเป็นแน่
•    เขากลับไม่พบพระเยซู
•    แต่เขากลับพบหญิงผู้นั้นอีก ซึ่งบัดนี้เราไม่อาจเรียกเธอว่าหญิงชั่วได้อีกแล้ว เพราะเธอได้รับการไถ่จากความบาปผิดแล้ว

•    สิ่งที่ขอส่งท้ายไว้ คือ กลิ่นหอมของน้ำมันหอมจะติดตัวเธอไปอีกหลายวัน
•    เมื่อเราเข้าไปนมัสการพระเจ้า ชีวิตของเราจะส่งกลิ่นหอมของพระคริสต์ออกมาจนคนรอบข้างสัมผัสได้
•    ผู้ที่นมัสการอย่างแท้จริง ด้วยจิตวิญญาณและความจริง ผู้ที่เทตนเองออกมาในการนมัสการ ก็จะเปล่งประกายของพระสิริของพระเยซูคริสต์เจ้าออกมา
 

Album Recommend 1

Maecenas nibh congue justo est adipiscing elit mauris orci lacus dui. Nibh justo elit nunc Pellentesque malesuada leo nascetur.

Album Recommend 2

Nibh justo elit nunc Pellentesque malesuada leo nascetur faucibus malesuada semper. Ut Vestibulum semper Sed Sed sem dui.

Album Recommend 3

Sample image Pellentesque malesuada leo nascetur faucibus malesuada semper. Ut Vestibulum semper Sed Sed sem dui convallis pretium morbi.

Contats Us

"Vitae venenatis eu wisi elit venenatis et habitant Nunc vel quis."